ผู้เขียน หัวข้อ: มะเขือพวง เป็นพืชที่มีสรรพคุณเเละประโยชน์ที่น่าทึ่ง  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ jackbaristaa

  • ขายมานานสุดๆ
  • *****
  • กระทู้: 43,216
  • การ์ม่า: +0/-0
  • เพศ: ชาย
  • ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Best2hand.com : ศูนย์กลางตลาดซื้อ-ขายสินค้าใหม่และสินค้ามือสองออนไลน์

มะเขือพวง
ชื่อสมุนไพร มะเขือพวง
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น มะแคว้งกุลา,บ่าแค้วงกุลา(ภาคเหนือ),หมากแข้ง(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ),มะแว้งช้าง,ลูกแว้ง,เขือน้อย,เขือพวง(ภาคใต้),มะเขือละคร(จังหวัดโคราช),ปอลอ,ปอลือ จือเปาะลือกู่(ม้ง),จะเคาะค่ะ,ตะโกงลาโน(มลายู),รับควรกลม(เขมร),จุยเกีย,เจ๊กมิ่งจำ(จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Solanum torvum Swartz
ชื่อสามัญ Turkey berry, Common Asiatic weed , Prickly nightshade, Devil's fig , Shoo-shoo bush, Pea eggplant
วงศ์ Solanaceae
บ้านเกิดเมืองนอนมะเขือพวง
มะเขือพวง เป็นพืชที่มีบ้านเกิดในแถบประเทศต่างๆแล้วก็ในหมู่เกาะของทวีปอเมริกากลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่เกาะ Antilles ตั้งแต่เขตฟลอริดา หมู่เกาะเวสต์ อินดีส์ ประเทศเม็กซิโก จนกระทั่งอเมริกากลาง รวมถึงในทวีปอเมริกาใต้แถบประเทศบราซิล โดยมักจะเจอเป็นวัชพืชขึ้นเรี่ยราดเกือบทั่วเขตร้อน ตอนนี้พบในทวีปแอฟริกา เอเชีย ประเทศออสเตรเลีย แล้วก็หมู่เกาะแปซิฟิกไกลถึงรัฐฮาวายในประเทศสหรัฐอเมริกา แม้กระนั้นมีการใช้เป็นพืชเพาะปลูก เพื่อเป็นของกินในแถบเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย พม่า ลาว มาเลเซีย อินเดีย ฯลฯ
ลักษณะทั่วไปมะเขือพวง
จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 1-4เมตร ลำต้นมีหนามห่างๆลำต้นตั้งแข็งแรงเปลือกมีสีเขียวอมขาว ไม่มีรอยแตก ไม่ผลัดใบ มักจะแตกกิ่งก้านมากตั้งแต่ระดับที่ถือว่าต่ำจากลำต้น แล้วก็มีหนามเช่นเดียวกับสำต้น ใบอ่อนแล้วก็ยอดอ่อนมีขนปกคลุม เมื่อสัมผัสจะรู้สึกอ่อนนุ่ม ใบเป็นใบลำพัง เรียงหน้าแบบสลับ ใบรูปไข่ ขอบของใบเป็นพลูกว้าง ฐานใบมนกว้าง ปลายใบแหลม ผิวใบข้างล่างมีขนสามเหลี่ยมบกหุ้ม เมื่อสัมผัสจะนุ่ม ตัวใบขนาด 3-5 x 4-6 นิ้ว เนื้อใบอ่อนเหนียว เส้นใบแตกแบบขนสานกันเป็นร่างแห ดอกเป็นช่อสีขาว มีดอกย่อย 2-15 ดอก เป็นดอกบริบูรณ์เพศ มีดอกตรงตาข้างและก็ยอดกิ่ง ก้านดอกยาวกว่า ลักษณะดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบ 5 กลีบ ขณะบานเป็นรูปดาว 5 แฉก ผลเป็นผลคนเดียวเป็นพวงคล้ายมะแว้ง แต่ขนาดใหญ่กว่า รูปกลม ผิวเนียนสีเขียว กลีบเลี้ยงที่ติดอยู่ไม่มีหนาม ขนาดผลเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.0-1.3 เซนติเมตร ผลสุกสีเหลืองอ่อน เมล็ดมีหลายชิ้น ลักษณะแบน กลม ผิวเรียบ
การขยายพันธุ์มะเขือพวง
เป็นพืชที่ปลูกได้ไม่ยาก สามารถเติบโตก้าวหน้าในดินทุกชนิด มีความทนทานต่อภาวะความแห้งก้าวหน้า แล้วก็เป็นพืชที่มีความต้านทานโรคสูง โดยสามารถขึ้นแล้วก็เจริญเติบโตได้ดิบได้ดี ตั้งแต่ที่ราบในระดับน้ำทะเล จนกระทั่งขั้นสูงจากน้ำทะเลปานกลาง 1,600 มัธยม
สำหรับวิธีการขยายพันธุ์มีแนวทางที่นิยม และใช้มากมายในปัจจุบัน เป็น การปลูกด้วยเม็ด สำหรับแนวทางอื่นไม่ค่อยนิยม และก็ให้ผลไม่ค่อยดี เนื่องจาก เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุเพียงแต่ไม่กี่ปี แล้วก็ลำต้นเป็นไม้เนื้ออ่อน สำหรับแนวทางการปลูกโดยปกติจะใช้วิธีการหว่านเพาะกล้าก่อน ด้วยการขุดกระพรวนดิน แล้วก็กำจัดวัชพืชในแปลงขนาดเล็ก ก่อนที่จะหว่านโรยด้วยปุ๋ยธรรมชาติเล็กน้อยไหมจำเป็นที่จะต้องหว่าน หลังจากนั้น จะนำเม็ดแห้งที่ได้จากการนำเมล็ดสุกมาตากแห้ง ก่อนที่จะหว่านลงแปลงเพาะ แล้วคลุมด้วยฟางข้าวหรือเปล่าจำเป็นต้องคลุม แล้วรดน้ำให้เปียกแฉะ ภายหลังจากการหว่าน จำเป็นที่จะต้องรดน้ำบ่อยๆแต่ละวัน แล้วก็ดูแลจนกระทั่งกล้าจะโตสูงราว 5-10 ซม. ค่อยถอนย้ายไปปลูกตามจุดที่อยากได้
องค์ประกอบทางเคมี
ในส่วนต่างๆของพบว่ามีสารที่สำคัญ ดังต่อไปนี้ Torvoside A, H , Torvonin B, Solanine , Solasonine ,Solamagine , Solasodine, Pectin , Steroidal Saponin, Steroidal Alkaloid, β-sitosterol, Isoflavone ฯลฯ
นอกเหนือจากนี้ผลของยังมีคุณค่าทางโภชนาการดังต่อไปนี้
ค่าทางโภชนาการของมะเขือพวงสุก (100 กรัม)
พลังงาน 24 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 5.7 กรัม
น้ำตาล 2.35 กรัม
เส้นใยอาหาร 3.4 กรัม
ไขมัน 0.19 กรัม
โปรตีน 0.01 กรัม
ไทอะมีน(วิตามีนบี1) 0.039 มิลลิกรัม
ไรโบฟลาวิน(วิตามินบี2) 0.037 มก.
ไนอะซิน(วิตามินบี3) 0.649 มิลลิกรัม
กรดแพนโทเทนิก(วิตามินบี5) 0.281 มก.
วิตามินบี6 0.281 มิลลิกรัม
โฟเลต(วิตามินบี9) 22 ไมโครกรัม
วิตามินซี 2.2 มิลลิกรัม
แคลเซียม 9 มิลลิกรัม
เหล็ก 0.24 มิลลิกรัม
แมกนีเซียม 14 มก.
ฟอสฟอรัส 25 มก.
โพแทสเซียม 230 มก.
สังกะสี 0.16 มก.
แมงกานีส 0.25 มก.
ประโยชน์/สรรพคุณ
มะเขือพวงจัดเป็นพืชผักสมุนไพร โดยอดีตจะเป็นพืชป่า แต่ว่าเดี๋ยวนี้ในหลายๆประเทศนิยมนำมาปลูกเป็นพืชผักสวนครัว ที่นิยมนำผลมาทำครัว ในประเทศไทย รู้จักมานานแล้ว โดยนิยมนำผลมาใช้เข้าครัวได้มากมายเมนู ยกตัวอย่างเช่น แกงป่า แกงคั่วปลาไหล แกงอ่อมปลาดุก แกงเขียวหวาน แกงเนื้อ น้ำพริกกะปิ น้ำพริกแมงดา น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกไข่เค็ม ปลาร้าทรงเครื่อง ผัดเผ็ด อื่นๆอีกมากมาย แล้วก็ยังสามารถใช้เป็นผักจิ้ม ซึ่งนิยมทำให้สุกโดยการเผา ปิ้ง หรือย่าง พอให้ผิวกรอบหรือไหม้บางส่วน จะมีผลให้รสดียิ่งขึ้น รวมทั้งผลนุ่มกว่าเมื่อยังดิบ หรือบางทีอาจนำไปลวกหรือต้มให้สุกก็ได้ ส่วนในเมืองนอก ชาวไอเวอปรี่โคสต์นำผลใส่ซุปและซอสต่างๆชาวทมิฬตอนใต้ของอินเดียใช้ผลแช่นมเปรี้ยวแล้วตากแห้งเตรียมอาหารแล้วก็ใช้เป็นเครื่องแนมอาหารแป้ง รวมทั้งใส่ไว้ด้านในแกงแขกแบบตอนใต้หลายอย่าง ชาวลาวใช้ใส่เอาไว้ข้างในแกงเผ็ดเหมือนกันกับประเทศไทย
สำหรับในด้านการใช้เป็นสมุนไพรก็มีการใช้เป็นสมุนไพรตามตำรายาไทยที่เจาะจงไว้ว่า อีกทั้งต้นใบ และก็ผล เป็นยาเย็น รสจืด เย็นและก็เป็นพิษนิดหน่อย ทำให้โลหิตหมุนเวียนดี ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยสำหรับในการย่อยอาหาร แก้ปวด ฟกช้ำ บากบั่นทำงานมาก กล้ามเนื้อรอบๆเอวบวมช้ำ ไอเป็นเลือด ปวดกระเพาะ ฝีบวมมีหนองแล้วก็อาการบวมอักเสบ ช่วยขับเสมหะ บำรุงธาตุ ช่วยในระบบขับถ่าย ราก ใช้พอกเท้าแตกเป็นร่องเจ็บ
ส่วนในทางการปรุงยาล้านนา ใช้เป็นส่วนผสมของตำรับยาลูกอ่อนบวมแล้วก็ ยาคอแห้งผาก นอกจากนี้ยังใช้ลำต้น รับประทานแก้เมา ทำให้รสเหล้าจืดลง รับประทานเรื่อยแก้โรคเบาหวาน ขับเยี่ยว แก้ปวดฟกช้ำ ทำให้เลือดลมหมุนวนดี ใบ ใบสดใช้ตำพอกรอบๆแผล มีสรรพคุณห้ามเลือด แก้ฝีบวมมีหนอง ผล ผลสดต้มรับประทานเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ เจริญอาหาร ลดความดันหิต รวมทั้งในต่างประเทศก็มีการใช้ป็นสมุนไพร{ดั ประเทศอินเดียใช้น้ำสกัดจากต้นแก้พิษแมลงกัดต่อย แล้วก็กินผลเพื่อบำรุงตับ ช่วยทุเลาโรคแผลในกระเพาะ ขับเยี่ยว ช่วยในการย่อย และช่วยทำให้ผ่อนคลายง่วงงุน บำรุงตับ ส่วนประเทศอินเดียทางตอนใต้ใช้ผลอ่อนชูกำลังให้ร่างกาย ผลแห้งหุงน้ำมันนิดหน่อย บดเป็นผงรับประทานทีละ 1 ช้อนชาลดอาการไอและก็เสมหะ ในแคเมอรูนใช้ใบห้ามเลือด ใช้เป็นยาระงับประสาท พอกให้ฝีหนองแตกเร็วขึ้น แก้ปวด ทำให้ฝียุบ แก้ชัก ไอหืด ปวดข้อ โรคผิวหนัง ขับเยี่ยว ขับเหงื่อ แล้วก็แก้โรคซิฟิลิส และใช้ผลรักษาโรคความดันเลือดสูง เมืองจีนใช้ผลต้มน้ำแก้ไอรวมทั้งบำรุงเลือด ทำให้ภูมิต้านทานแข็งแรง ผลแห้งปิ้งกินแกล้มของกินบำรุงสายตารวมทั้งรักษาอาการติดเชื้อโรคแบคทีเรีย มาเลเซียนำเม็ดไปเผาให้กำเนิดควัน สูดเอาควันรมแก้ปวดฟัน รวมทั้งใช้รากสดตำพอกรอยแตกที่เท้า หรือโรคตาปลา อินเดียนำน้ำมะขามแช่รากต้มดื่มลดพิษภายในร่างกาย

แบบ/ขนาดวิธีการใช้
ส่วนของต้น,ใบ,ผล ตากแห้งหนัก 10-15 กรัม ใช้ต้มกับน้ำรับประทาน ช่วยปรับเลือดหมุนเวียนดี แก้ฟกช้ำ แก้ปวดกล้ามเนื้อ แก้ปวดกระเพาะ แก้ฝี และก็อาการบวมอักเสบรวมทั้งช่วยขับเสลด ส่วนของรากใช้ตำพอกส้นเท้าที่แตกเป็นร่อง รากนำมาต้มหรือแช่น้ำดื่ม ช่วยขับพิษออกจากร่างกายช่วยขับฉี่ ลำต้นเอามาบด ใช้ประคบรอบๆแมลงกัดต่อย ทำให้ลดลักษณะของการปวดบวม หรือบดให้ถี่ถ้วน ใช้ประคบหรือทารักษาแผล ใบสดเอามาบดหรือขยี้ ใช้ทาประคบแผล ฝี ทำให้แผลแห้ง รวมทั้งหายเร็ว น้ำต้มจากใบสด นำมาดื่ม ช่วย ขับปัสสาวะ แล้วก็ขับเหงื่อ
การเล่าเรียนทางพิษวิทยา
จากข้อมูลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ได้แสดงคุณลักษณะที่แจ่มแจ้งของมะเขือพวง สำหรับการสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันของลำไส้เพื่อตอบสนองต่อพิษที่เข้ามายังระบบทางเดินอาหาร มีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระช่วยป้องกันความเสื่อมถอยรวมทั้งแก่ก่อนวัย มีฤทธิ์ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเบาหวาน มีงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยที่ศึกษาปฏิกิริยาต้านทานอนุมูลอิสระของเครื่องดื่มจากแห้ง พบว่าน้ำสมุนไพรสามารถลดระดับอนุมูลอิสระซูเปอร์ออกไซด์ หรืออนุมูลอิสระไนทริกออกไซด์ในเลือดหนูที่เป็นเบาหวานได้ ซึ่งเป็นอนุมูลอิสระที่ส่งผลให้เกิดสถานการณ์เครียดในตัวทดลองที่มีอาการของโรคเบาหวาน ส่งผลต่อสภาพการณ์เครียดออกซิเดชันในเม็ดเลือดแดง น้ำสมุนไพรลดไขมันที่ถูกออกสิไดซ์เป็นไขมันไม่ดีในหนูที่มีอาการโรคเบาหวาน นอกจากนั้นพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของหนูเบาหวานต่ำลงอย่างเป็นจริงเป็นจัง และก็งานศึกษาวิจัยที่ประเทศแคเมอรูนพบว่า เมื่อให้สารสกัดน้ำแล้วก็แอลกอฮอล์ของผลกับตัวทดลองพบว่าความดันโลหิตของหนูต่ำลง รวมทั้งลดอัตราการเต้นของหัวใจด้วย โยฮิมบีนและก็อะโทรพีนไม่เป็นผลต่อฤทธิ์การลดความดันเลือดของ แม้กระนั้นโยฮิมบีนยับยั้งผลการลดอัตราการเต้นหัวใจของสารสกัดน้ำและเมื่อทดสอบการยึดตัวของเกล็ดเลือดที่กระตุ้นโดยทรอมบินหรืออะดีโนซีนสามฟอสเฟต พบว่าสารสกัดน้ำยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือดจากผลของสารทั้งสองดังที่กล่าวถึงแล้ว ฤทธิ์ลดระดับความดันเลือดของสารทั้ง 2 จำพวกน่าจะมีเหตุที่เกิดจากวิธีการทำให้หัวใจเต้นช้าลง ผนวกกับผลยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือดทำให้เป็นประโยชน์สำหรับผู้มีความดันเลือดสูงและก็มีปัญหาประเด็นการรวมกลุ่มของเกล็ดเลือด ดังที่มีการใช้งานมาแต่ว่าเริ่มแรกนั่นเอง
ส่วนงานวิจัยฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระและปริมาณสารฟีนอลิกรวมสารสกัดแอลกอฮอล์ของผลมะเขือตากแห้งแช่แข็ง 11 จำพวกในประเทศไทยในปี พ.ศ.2551 พบว่าสารสกัดแอลกอฮอล์จากผลมะเขือพวงมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงสุดแล้วก็มีปริมาณรวมสารฟีนอลิกรวมสูงสุด มีการศึกษาฤทธิ์ของโดยภาควิชานักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปี พ.ศ.2552 พบว่า มีสารโพลีฟีนอลสูง สารสกัดยั้งการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีไซโตโครมพี 450 2E1 ในไมโครโซมของตับ มีฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระที่เกี่ยวพันกับไลพิดเพอร์ขบวนการออกซิเดชันแล้วก็ซูเปอร์ออกไซด์แอนไอออน ผู้ศึกษาวิจัยเชื่อว่ามีศักยภาพในการลดความเคร่งเครียดขบวนการออกซิเดชันในผู้เจ็บป่วยเบาหวาน และการวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกับมหาวิทยาลัยที่รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกาในปี พุทธศักราช2552 พบว่าสารสกัดแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ต่อต้านการสร้างไนตริกออกไซด์ แล้วก็ TNF-? ในเซลล์มิวรีนมาโครฟาจที่ถูกกระตุ้นด้วยไลโพโพลีแซ็กคาไรด์ของแบคทีเรียในภาชนะเพาะเลี้ยง ก็เลยมีฤทธิ์ต่อต้านอักเสบอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านี้งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลในปี พุทธศักราช2545 พบว่าสารทอร์โม้ไซด์ เอช (towoside H) มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสเริมประเภทที่ 1 (Herpes simplex virus type 1) โดยมีฤทธิ์ยับยั้งไวรัสมากยิ่งกว่ายาอะไซโคลเวียร์ถึง 3 เท่า
การเล่าเรียนทางพิษวิทยา
จากการทดลองความเป็นพิษของมะเขือพวงในหนูทดลอง พบว่า การให้ ปรากฏว่าค่า LD₅₀พอๆกับ 19 กรัม/น้ำหนักตัว(กิโล) ทั้งนี้ ดิบจะมีพิษ hydro-ethanolic ซึ่งถ้าหากรับประทานมากกว่า 16 กรัม/น้ำหนักตัวกิโล จะออกฤทธิ์มีผลต่อการทำงานของตับ
ข้อเสนอ/ข้อพึงระวัง
มีสารโซลานิน (Solanine) ซึ่งเป็นอัลคาลอยด์ ซึ่งสารนี้อาจจะทำให้เกิดความไม่สมดุลของแคลเซียมภายในร่างกายได้ โดยเหตุนี้ผู้ที่เป็นโรคไขข้อแล้วก็โรคกระดูดควรจะเลี่ยงการรับประทาน
การได้รับสารโซลานีนเยอะๆในผู้ที่ไวต่อสารโซลานีน อาจเกิดอาการไม่ให้สุกด้วยความร้อน หรืออาจกำเนิดอาการไม่พึงปรารถนาได้ อาทิเช่น ท้องร่วง ปวดหัว อ้วก
สำหรับลดผลกระทบจากสารโซลานีน ทำได้โดยนำผลที่จะกินไม่ทำให้สุกด้วยความร้อน หรืออาจทานอาหารกรุ๊ป นม-เนย พร้อมกันไปกับการกินด้วยก็ได้
การรับประทานดิบมากเกิน 16 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กก. อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานของตับได้
เอกสารอ้างอิง
กัญจนา ดียอดเยี่ยมและภาควิชา, ผู้รวบรวม.(2548).ผักประจำถิ่นภาคเหนือ.เพ็ญท้องฟ้า ทรัพย์สินเจริญรุ่งเรือง บรรณาธิการ.พิมพ์ครั้งที่ 2.กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ปรับปรุงหนังสือเรียนการแพทย์แผนไทย.
รศ.ดร.มือณ์กาญจน์ ภมรประวัติความเป็นมาธนะ .มะเขือพวง จิ๋วแม้กระนั้นแจ๋ว.คอลัมน์บทความพิเศษ.แมกกาซีนแพทย์ประชาชน เล่มที่371 . มี.ค.2553.
บุญชื่นชัยรัตน์.(2542).แคว้งคลูวา, บ่า.ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคเหนือ(เล่ม 3, หน้า 1346).กรุงเทพมหานคร:มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย แบงค์ไทยการซื้อขาย.
เตือนสติ ไชยศิลป์ แล้วก็คณะ.(2545).สมุดภาพสมุนไพร : แผนการ "ม่อนยาป่าแ

 


กำลังโหลดผู้สนับสนุนของเรา...