ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องดนตรีไทย :na  (อ่าน 13 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mznta_kikat09

  • เทพค้าขาย
  • ****
  • กระทู้: 383
  • การ์ม่า: +0/-0
  • เพศ: หญิง
  • ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Best2hand.com : ศูนย์กลางตลาดซื้อ-ขายสินค้าใหม่และสินค้ามือสองออนไลน์
เครื่องดนตรีไทย :na
« เมื่อ: 13/01/19 , 07:48:44 »
อุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีไทยเกิดขึ้นจากชาติไทยเองและก็การเลียนแบบเชื้อชาติอื่นๆที่อยุ่สนิทสนมโดยเริ่มตั้งแต่โบราณกาลที่ไทยตั้งภูมิลำเนาอยู่ในอาณาจักรฉ่องหวู่ดินแดนของจีนในตอนนี้ต้องการอ้างอิง ทำให้อุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีไทยและก็จีนมีการเปลี่ยนเอาอย่างกัน (https://ufabet88899.com/)] เอเย่นต์สล็อตโจ๊กเกอร์   เว้นแต่นี่ยังมีอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีอีกหลากหลายประเภท ที่เชื้อชาติไทยประดิษฐ์ขึ้นใช้ก่อนจะมาเจอวัฒธรรมประเทศอินเดีย ซึ่งแพร่หลายอยู่ทางตอนใต้ของแหลมอินโดจีนต้องการอ้างอิง สำหรับชื่ออุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีเริ่มแรกของไทยจะเรียนตามคำโดดในภาษาไทย เป็นต้นว่า เกราะ โกร่ง กรับ ฉิ่ง ฉาบ ขลุ่ย พิณเปี๊ยะ ซอ ฆ้องแล้วก็กลอง ถัดมาได้มีการประดิษฐ์อุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีให้ปรับปรุงขึ้น โดยนำไม้ที่ทำราวกับกรับหลายอันมาวางเรียงกันได้อุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีใหม่ เรียกว่าระนาดหรือนำฆ้องหลายๆใบมาทำเป็นวงเรียกว่า ฆ้องวง ฯลฯ
ยิ่งกว่านั้นยังมีการผสมกับวัฒนธรรมทางดนตรีของประเทศอินเดีย เอเย่นต์สล็อตjoker   มอญ เขมร ในแหลมอินโดจีนที่ไทยได้ย้ายไปตั้งรกรากอยู่ ดังเช่น พิณ สังข์ ปี่ไฉน บัณเฑาะว์ กระจับปี่ จะเข้ โทน(ทับ) ฯลฯ ถัดมาเมื่อมีความเกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไทยได้นำเพลงรวมทั้งอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีอะไรบางอย่างของประเทศเพื่อนบ้านมาบรรเลงในวงดนตรีไทย อาทิเช่น กลองแขกของชวา กลองมลายูของมลายู เปิงมางของมอญ รวมทั้งกลองยาวของไทยใหญ่ที่ประเทศพม่าประยุกต์ใช้ และขิม ล่อ รวมทั้งกลองจีน ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีของจีน ฯลฯ ถัดมาไทยมีความเกี่ยวเนื่องชาวกับตะวันตกแล้วก็อเมริกา ก็ได้นำกลองฝรั่ง ตัวอย่างเช่นกลองอเมริกัน แล้วก็อุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีอื่นๆอย่างเช่น ไวโอลีน ออร์แกน มาใช้ร้องเพลงในวงดนตรีของไทย
จากประวัติความเป็นมาอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีไทยดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น สามารถแบ่งประวัติศาสตร์ของอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีไทยได้เป็น 4 ยุค ดังต่อไปนี้
ยุคจังหวัดสุโขทัย

คนไทยมีความสนุกกับการเล่นดนตรีและก็ขับร้องกันมากมายตามที่ปรากฏในหลักแผ่นจารึกบิดาขุนรามคำแหงหลักที่ 1 ว่า "ดบงคมกลอง ด้วยเสียงพาทย์ เสียงพิณ เสียงเลื้อน เสียงขับ คนใดกันจะมักเล่น เล่น คนใดกันแน่จะมักหัว หัว คนไหนกันจะมักเลื้อน เลื้อน" ซึ่งแลป่าดงถึงการเล่นเพลงอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีจำพวกตี เป่า ดีด รวมทั้งสี เป็น กลอง ปี่ พิณ แล้วก็อุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีทีมีสายไว้สีได้ ยิ่งกว่านั้นยังมีหลักฐานของล้านนาไทยที่มีศิลปวัฒนธรรมร่วมยุคกันในหลักแผ่นจารึกในวัดพระยืน จังหวัดลำพูน ที่จารึกไว้ว่า "ให้ถือกระทงข้างตอกดอกไม้ไต้เทียน ตีพาทย์ดังพิณฆ้องกลอง ปี่สรไนพิสเนญชัยทะเทียดกาหลแตรสังมาลย์กังสดาล มรทงค์ป่าดงเดือด เสียงยอดเยี่ยมเสียงกังวาน ทั้งยังคนร้องโห่อื้อดาสรท้าทายนทั่งอีกทั้งนครหริภุญชัย แล" ซึ่งแสดงถึงอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีเล่นเพลงในวงดนตรี แล้วก็พลเมืองเอามาเล่นเพื่อความสนุกครื้นเครงกัน ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยสามารถเอ๋ยถึงอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีไทยในยุคจังหวัดสุโขทัยได้จากวงดนตรีไทยในยุคนั้น ตัวอย่างเช่น วงแตรสังข์ ที่ใช้ร้องเพลงในพิธีต่างๆมีอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีแตรลำโพง แตรงอน ปี่ไฉนแก้ว กลองชนะ บัณเฑาะว์ และก็มโหระทึก วงปี่พาทย์เครื่องห้ามี ปี่ใน ฆ้องวง กลองสองหน้า สังข์ กลองทัด รวมทั้งฉิ่ง นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีได้แก่ พิณ รวมทั้งซอสามสาย อยู่ในยุคนั้นอีกด้วย
ยุคอยุธยา

เป็นตอนๆที่ประเทศมีสงครามอยู่เสมอเวลา ก็เลยทำให้ดนตรีไทยไม่รุ่งโรจน์มากสักเท่าไรนัก ยังคงมีอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีในวงพิณพาทย์ เครื่องห้าเหมือนเดิม กระทั่งมาเพิ่มระนาดเอกตอนหลังในตอนท้ายยุคอยุธยา ส่วนวงดนตรีที่เกิดขึ้นในยุคนั้น ดังเช่น วงมโหรี ที่เล่นเพลงโดยเพศหญิง เพื่อเห่กล่อมมอบแก่พระราชา มีอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรี กระจับปี่ ซอสามสาย โทน(ทับ) กรับ รำมะนา ขลุ่ยและก็ฉิ่ง แม้กระนั้นถัดมาได้นำจะเข้ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีของมอญมาผสมแทนกระจับปี่ เพื่อทำนองได้ละเอียดถี่ถ้วนและก็เพราะกว่า รวมทั้งวงเครื่องสาย มีอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรี ซอด้วง ซออู้ จะเข้ ขลุ่ย โทน(ทับ) แล้วก็ฉิ่ง
ยุคจังหวัดธนบุรี

มีวงดนตรี 3 ชนิด เหมือนกับยุคอยุธยา เป็น วงพิณพาทย์ วงมโหรี แล้วก็วงเครื่องสาย แต่ว่ามีอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีของชาติต่างๆเข้ามาในประเทศไทยหลายอย่าง ดังปรากฏในกำหนดการของพระเจ้าแผ่นดินในยุคนั้นว่า “ทรงพระขอความปรานีโปรดเกล้าฯ ให้ปี่พาทย์ไทย ปี่พาทย์มอญ วงมโหรีไทย ฝรั่ง วงมโหรีญวน เขมร หมุนเวียนกันสมโภช 2 เดือนกับ 12 วัน” ในงานฉลองพระแก้วมรกตฯลฯ
เพราะว่าในปัจจุบันเป็นช่วงๆช่วงเวลาอันสั้นเพียงแต่ 15 ปี แล้วก็ประกอบกับเป็นยุคที่การก่อร่างสร้างเมือง และก็การคุ้มครองป้องกันประเทศเสียส่วนใหญ่ วงดนตรีไทยในปัจจุบันนี้ก็เลยไม่ปรากฏหลักฐานไว้ว่า ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนขึ้น คาดคะเนว่า ยังคงเป็นลักษณะแล้วก็ลักษณะของ ดนตรีไทย ในยุคกรุงศรีอยุธยานั่นเอง

 


กำลังโหลดผู้สนับสนุนของเรา...