ผู้เขียน หัวข้อ: ไปทัวร์ญี่ปุ่นไม่รู้จะไปที่ไหนดีลองแวะเข้ามาเรามีมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมาแนะนำ  (อ่าน 15 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Saiswatka

  • ขายมานานสุดๆ
  • *****
  • กระทู้: 11,392
  • การ์ม่า: +0/-0


วันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นเหมาะเพื่อคนที่กำลังจะไปทัวร์ญี่ปุ่นต้องอ่านเป็นรูปแบบเพื่อที่จะที่จะได้รู้ว่าจะไปที่ไหนดี
ในวันนี้เราจะเลือกสรรสถานที่ยอดฮิตที่ได้รับค่านิยมกันจากคนไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นจะมีที่ไหนบ้างมาดูรายละเอียดกัน
1.วัดอาซากุสะ คันนอน
วัดอาซากุสะ คันนอน นับว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมื่อโตเกียว สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.628 – 645 ในสมัยก่อนนั้นใช้เป็นที่สักการะและขอพรจากเทพเจ้าคันนอนของเหล่าซามูไรและโชกุน ซึ่งพรต่าง ๆ ที่ขอนั้นบรรลุผลอยู่เสมอ จึงทำให้เหล่าโชกุนและเหล่าซามูไรมีความศรัทธาในวัดแห่งนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งจุดดีของวัดอาซากุซะนั้นจะสังเกตได้อย่างชัดเจน เพราะจะมีโคมแดงขนาดยักษ์ตั้งอยู่ที่บริเวณประตูคามินาริม โดยที่โคมแดงนั้นจะมี 2 เทวบาลรักษาประตู ได้แก่ ฟูจิน เจ้าแห่งสายลม และ ไร เจ้าแห่งอสุนีบาต คอยเฝ้าประตูเอาไว้ และหลังจากที่นักท่องเที่ยวกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ก็มักจะเดินเลยไปเที่ยวช้อปปิ้งต่อที่ถนนนาคามิเซะ ถนนนาคามิเซะ เป็นถนนคนเดินขนาดใหญ่ ที่มีทั้งสินค้า ร้านค้าและร้านขายของที่ระลึกพื้นเมืองให้จับจ่ายซื้อหากัน ไม่ว่าจะเป็น ตุ๊กตา เสื้อผ้า ของกินและขนมแบบญี่ปุ่น เพราะถนนนาคามิเซะแห่งนี้อยู่ติดกับวัดอาซากุซะ จึงทำให้มีร้านค้ามาขายสินค้าต่าง ๆ มากมายตลอดถนนยาวกว่า 250 เมตรเลยทีเดียว เพราะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าหลังจากนักท่องเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น กราบขอพรแล้วจะต้องแวะมาเดินซื้อของที่ถนนนาคามิเซะแห่งนี้
2.วัดนาริตะ ซัน
นักท่องเที่ยวที่กำลังจะไปเที่ยวทั้งวันที่เมืองนาริตะบางคนอยากรู้อยากเห็นว่า ถ้ามาเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น ที่เมืองนาริตะแล้ว ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรน่าสนใจบ้าง เพราะเมืองนาริตะเป็นทั้งเมืองท่าอากาศยาน ศาลเจ้า เมืองเก่า เมืองใหม่ และเส้นทางรถไฟหลายสาย ซึ่งหากถามนักท่องเที่ยวที่เคยมาที่นาริตะแล้วต้องบอกว่าวัดนาริตะ ซัน เป็นสถานที่ไปเที่ยวที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง
วัดนาริตะ ซัน เป็นวัดประจำเมืองนาริตะที่ตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางเมืองนาริตะ มีอายุราว ๆ 1,000 ปี เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับการดูแลและรักษามาอย่างดีที่สุด สมัยนี้เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่ได้มาแวะเยี่ยมยังเมืองนาริตะต้องมากราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพรและขอให้ชีวิตมีแต่สิริมงคล ถึงแม้ว่าวัดนาริตะ ซัน จะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีกิจกรรม มีความตื่นตาตื่นใจ หรือสิ่งแปลกใหม่ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ แต่หลายคนก็ทราบดีว่าวัดนาริตะ ซัน เป็นวัดประจำเมืองที่ใครต่างก็ไปขอพร เพราะนอกจากจะเป็นวัดประจำเมืองแล้ว วัดนาริตะ ซัน ยังเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงามที่สามารถแสดงออกถึงวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของญี่ปุ่นอย่างแท้จริงได้ จึงที่ได้รับความนับถือจากชาวญี่ปุ่นอย่างยิ่ง
3.หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะ
สำหรับเอกลักษณ์และความเด่นของหมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะ คือการปลูกสร้างบ้านเรือนแบบแกสโซ ซึ่งเป็นบ้านสไตล์ญี่ปุ่นโบราณที่สร้างด้วยไม้และมุงหลังคาด้วยหญ้า โดยลักษณะของหลังคานั้นจะเป็นแบบทรงพนมมือ ที่มีความชันถึง 60 องศา โดยบ้านแต่และหลังที่สร้างขึ้นนั้น ไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว เมื่อพูดถึงหลังคาแล้ว หากทดลองเข้ามาดูภายในหลังคาจะพบว่าถูกแบ่งออกเป็นชั้นต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 – 4 ชั้นขึ้นไป เพื่อใช้เก็บของและเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับชั้นล่าง ซึ่งเว้นแต่จะเก็บของแล้ว บางบ้านที่ยังปลูกหม่อนเลี้ยงไหม จะใช้ชั้นใต้หลังคาเป็นที่เลี้ยงไหมพร้อมด้วย
การมาท่องเที่ยวยังหมู่บ้านแห่งนี้นั้น หากจะให้ได้บรรยากาศและสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านจริง ๆ คือการนอนค้างในหมู่บ้านแบบโฮมสเตย์ ซึ่งมีบ้านหลายหลังเช่นกันที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพักได้ ซึ่งการพักแบบนี้เรียกว่า Minshuku ซึ่งใครที่ต้องการมาพักที่หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะแห่งนี้ต้องทำการจองห้องพักล่วงหน้า เพราะที่พักที่นี้มีน้อย หากมาแบบไม่มีการจัดการ โอกาสมีน้อยมากที่จะได้บ้านพัก เพราะส่วนใหญ่ที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวเข้าพักอย่างต่อเนื่องทุกเวลา
4.ช้อปปิ้งที่ชินจูกุ
เมื่อพูดถึงชินจุกุ หลายคนคงคุ้นหูกับชื่อนี้เป็นอย่างดี เพราะชินจุกุเป็นเมืองศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของโตเกียว เป็นทั้งสถานที่ตั้งของที่ทำการรัฐบาลโตเกียว สถานีชินจุกุ และที่เป็นไฮไลท์สำคัญของเมืองนี้ได้แก่การเป็นย่านช้อปปิ้งที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าต่าง ๆ แฟชั่น ร้านขายของสารพัด ซึ่งยังรวมไปถึงแหล่งบันเทิงกลางคืนที่มีแสงสีสวยงามตระการตา และร้านอาหารให้เลือกสรรรับประทานเพียบใครจะไปทัวร์ญี่ปุ่นบอกเลยที่นี้เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่ ที่บอกได้เลยว่าพลาดไม่ได้
5.ชมลาเวนเดอร์ ที่เมืองฟุระโนะ ประเทศญี่ปุ่น
ถ้าคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ดอกไม้ โดยเฉพาะดอกลาเวนเดอร์ ขอแนะนำให้เดินทางมาที่เมืองฟุระโนะ ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงหน้าร้อนเลยค่ะ แล้วจะได้พบกับความสวยงามของดอกลาเวนเดอร์ที่บานสะพรั่งทั่วทั้งเนินเขาฟุระโนะ เป็นเมืองกึ่งจังหวัดคะมิกะวะ จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – กันยายน ของทุกปี จะเป็นช่วงเวลาที่ทุ่งดอกลาเวนเดอร์บานทั่วทั้งพื้นที่ของฟาร์มโทมิตะ เชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาแตะต้องความสวยงามด้วยสายตาของตัวเอง
การเดินทางมาฟาร์มโทมิตะจากสถานีรถไฟเจอาร์ Sapporo ให้ขึ้นรถไฟขบวนพิเศษ Furano Lavender Express มาลงที่สถานี Furano ซึ่งจะใช้เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นมาต่อ Norokko Train รถไฟไม้ขบวนพิเศษที่จะมีเฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้น ไปลงสถานีลาเวนเดอร์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เมื่อลงรถไฟสามารถเดินไปฟาร์มโทมิตะได้ โดยใช้เวลาเดินประมาณ 7 นาที
ฟาร์มโทมิตะ เป็นฟาร์มดอกไม้ชื่อดังของเมืองฟุระโนะ ซึ่งในช่วงฤดูร้อนจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติเดินทางมาพบกับทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่บานสะพรั่งทั่วทั้งทุ่ง ซึ่งปลูกสลับกับดอกป๊อปปี้ และแมรี่โกลด์ หลังจากเดินชมความสวยงามจากธรรมชาติจนเหนื่อยแล้ว อย่าลืมแวะไปเติมพลังด้วยซอล์ฟครีมลาเวนเดอร์ที่หอมอร่อย ยังไม่หมดยังมีเมล่อน พุดดิ้ง ครีมพัฟ และน้ำกลิ่นลาเวนเดอร์ ให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสความอร่อย
ก่อนเดินทางกลับอย่าลืมแวะไปเดินชมพร้อมเลือกคัดซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากดอกลาเวนเดอร์ติดไม้ติดมือกลับไปเพราะด้วย ซึ่งมีให้เลือกคัดเพียบทั้งน้ำมันหอมระเหย น้ำหอม สเปรย์ ชุดทดลองปลูก เมล็ดพันธุ์ สมุดไดอารี่ ถุงหอม ฯลฯ โดยขอกระซิบบอกว่าน้ำหอมลาเวนเดอร์ของฟาร์มโทมิตะเคยได้รับรางวัลชนะเลิศประกวดน้ำหอม ที่ประเทศฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 1990 ด้วยนะคะ
6.อุทยานแห่งชาติฟูจิ
เดินทางระยะทางไม่ถึง 100 กิโลเมตรจากโตเกียวก็มาถึง “อุทยานแห่งชาติฟูจิ-ฮาโกเน่-อิซุ” ที่นี่คุณจะได้ชมความงดงามของธรรมชาติแบบเต็มๆ ตา ที่ทั่วไปพื้นที่จังหวัดยะมะนะชิ ชิซุโอกะ คะนะงะวา และบริเวณตะวันตกของโตเกียว โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกพร้อมกับภูเขาไฟฟูจิ ทะเลสาบฟูจิทั้งห้า และน้ำตกชิระอิโตะ ภายใต้ชื่อ “ฟูจิซัง – สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งบันดาลใจทางศิลปะ” เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2556
ไฮไลท์สำคัญที่ทัวร์ญี่ปุ่น ผู้มาเยือนอุทยานแห่งนี้ไม่ควรพลาด คือ “การล่องเรือโจรสลัดชมทะเลสาบอะชิ” ทะเลสาบที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟฮาโกเน่ เมื่อ 3,000 ปีก่อน สัมผัสทัศนียภาพที่สวยงามดั่งภาพวาดสะท้อนลงสู่ทะเลสาบ ซึ่งถ้าคุณโชคดีเดินทางมาในวันที่ฟ้าโปร่งจะสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน โดยเส้นทางการแล่นเรือจะวนเป็นรูปสามเหลี่ยมเริ่มตั้งแต่ฮาโกเน่มะชิ โมะโตะฮาโกเน่ และโทเง็นได ใช้เวลารอบละประมาณ 70 นาที โดยเรือเที่ยวในที่สุดจะออกจากท่าเรือโทเก็นได เวลา 16.00 น. ซึ่งเรือจะแล่นไปจอดรับส่งนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งในแต่ละท่าเรือ เสร็จแล้วจะแล่นไปท่าเรือต่อไป ไม่มีการจอดรอ ดังนั้นคุณจึงควรดูตารางรอบเรือ พร้อมคำนวณเวลาให้ดี เพื่อไม่ให้พลาดตกเรือ
เรือที่พาชมทะเลสาบอะชิ มีทั้งหมด 4 ลำ ซึ่งแต่ละลำจะมีการตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ The Royal เรือสีแดง ตกแต่งให้เป็นเรือโจรสลัด The Vasa เรือมีเขียว ได้รับการตกแต่งให้เป็นเรือรบสวีเดน มีรูปปั้นสิงโตอยู่ที่หน้าเรือ The Frontier เรือสีขาว ถูกแต่งให้เป็นเรือรบอังกฤษ มีกังหันสีแดงแบบเรือกลโบราณอยู่ท้ายเรือ และ The Victory เรือสีน้ำตาล ตกแต่งให้เป็นเรือรบอังกฤษโบราณ ซึ่งเรือทุกลำมีดาดฟ้า นักเที่ยวสามารถขึ้นไปยืนถ่ายรูปหรือชมวิวบนยอดเสากระโดงเรือได้
หลังจากล่องเรือมาถึงโทเง็นได อย่าลืมขึ้นกระเช้าลอยฟ้าฮาโกเน่มาลงที่สถานีโอวะกุดะนิ ขอกระซิบบอกว่าระหว่างสถานีอุบะโกะ ไปสถานีโอวะกุดะนิ มีจุดชมภูเขาไฟฟูจิด้วย เมื่อลงสถานีมาแล้วคุณจะได้กลิ่นกำมะถัน เนื่องจากว่าโอวะกุดะนิเป็นพื้นที่บริเวณรอบๆ ปากปล่องภูเขาไฟคะมิยะมะ ที่เกิดการปะทุอย่างรุนแรงเมื่อ 3,000 ปีก่อน ทำให้มีบ่อน้ำร้อนเกิดมากมายหลายแห่งในเมืองฮาโกเน่ บางจุดยังมีก๊าซกำมะถันชนิดรุนแรงที่สามารถเป็นอันตรายต่อผิวหนังและระบบหายใจได้ ต่อจากนั้นจึงต้องระมัดระวังและสังเกตป้ายเตือนเสมอ
7.วัดโทไดจิ
“วัดโทไดจิ” ถือเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งที่ผู้มาเยือนเมืองนาราไม่ควรพลาด เพราะถ้าไม่มาที่นี่ถือว่ามาไม่ถึงเมืองนี้ โดยเป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก และเป็นศูนย์กลางของโรงเรียนฤทธิยวรรณาลัยในสายเคงอน
วัดโทไดจิ ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1286 สมัยจักรพรรดิโซมุ เพราะเป็นยุคที่มีผู้ประสบภัยจากธรรมชาติและโรคระบาดเป็นจำนวนมาก จักรพรรดิโซมุจึงประกาศว่าประชาชนควรร่วมกันสร้างพระพุทธรูปเพื่อปกป้องตนเองจากภัยพิบัติ โดยมีชาวบ้านกว่า 2,600,000 คน มาร่วมมือร่วมใจกันสร้างพระพุทธรูปไดบุสึ และหอวิหารที่ประดิษฐาน ซึ่งการสร้างพระพุทธรูปเริ่มตั้งครั้งแรกที่เมืองชิงะระกิ แต่เกิดเหตุเพลิงไหม้และแผ่นดินไหวมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงได้ย้ายมาสร้างที่เมืองนาราในปี พ.ศ. 1288 และสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 1294 ปีถัดมาได้จัดให้มีพิธีเบิกเนตร โดยพระภิกษุชาวอินเดียชื่อ พระโพธิเสนะ เป็นผู้ประกอบพิธี มีผู้มาร่วมพิธีกว่า 10,000 คน ภายหลังจักรพรรดิโชมุได้ทรงประกาศให้วัดโทไดจิเป็นวัดประจำจังหวัดยะมะโตะ และเป็นส่วนกลางของวัดทั่วอาณาจักร
8.โอซาก้า
โอซาก้า ชื่อนี้คงคุ้นหูใครหลายคนไม่น้อย เพราะโอซาก้าแห่งนี้เป็นทั้งเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการซื้อขายที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของญี่ปุ่น และยังเป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกด้วย ดังนั้นเมืองโอซาก้าจึงกลายเป็นเมืองเที่ยวไปที่สำคัญอีกแห่งของญี่ปุ่นอย่างไม่ต้องคลางแคลงใครจะไปทัวร์ญี่ปุ่น บอกเลยว่าโอซาก้า เป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าสนใจไปเที่ยวมากๆ
9.โตเกียวทาวเวอร์
โตเกียวทาวเวอร์ เป็นหอคอยติดต่อที่มีส่วนสูงโดยประมาณ 333 เมตร โดยหอคอยแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงหลังสงคราวโลกครั้งที่ 2 มีอายุกว่า 50 ปี สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์และความหวังของชาวโตเกียวโตเกียวทาวเวอร์ถูกสร้างขึ้นและเสร็จสิ้นในปีโชวะที่ 33 ของญี่ปุ่นพอดี สอดคล้องกับความสูงของโตเกียวทาวเวอร์ที่มีความสูงถึง 333 เมตร ซึ่งพอเหมาะเป็นอย่างมากในการเป็นศูนย์กลางการให้สัญญาณ เพราะการส่งสัญญาณในโตเกียวต้องมีความสูง 333 เมตรหรือมากกว่านี้ขึ้นไปจึงจะสามารถส่งสัญญาณได้ โดยที่โตเกียวทาวเวอร์แห่งนี้มี 5 สถานีวิทยุและ 9 สถานีโทรทัศน์ใช้ที่นี่เป็นหอกระจายสัญญาณ
10.โตเกียวดิสนีย์แลนด์
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ นับเป็นสถานที่เที่ยวไปชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่มากมายและเป็นสวนสนุกของดิสนีย์แห่งแรกที่สร้างขึ้นภายนอกสหรัฐอเมริกา ล่าสุดในทุก ๆ วันจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเที่ยวยังโตเกียวดิสนีย์แลนด์แห่งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งนักเที่ยวคนไหนที่ได้มาเยือนยังโตเกียวดิสนีย์แลนด์แห่งนี้ต่างก็พกรอยยิ้มกลับบ้านกันแทบทั้งสิ้นใครจะไปทัวร์ญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยวนี้บอกได้เลยว่าควรไปสัมผัสซักครั้ง
11.Onsen การแช่น้ำแร่
หนึ่งในวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นที่คนทั่วโลกต่างรู้จัก คือ Onsen การแช่น้ำแร่ในออนเซนหรือบ่อน้ำพุร้อนที่เกิดจากน้ำซึมผ่านชั้นของดิน และหิน ทำให้ในน้ำมีแร่ธาตุต่างๆ สะสมอยู่ เช่น โซเดียม แคลเซียม ฟลูออไรด์โพแทสเซียม ซึ่งสามารถทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ระบบหมุนเวียนของเลือดทำงานได้ดีขึ้น บรรเทาอาการปวดเมื่อยต่างๆ และช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้เป็นเป็นอันดี พลาดไปไม่ได้เลยถ้าไปทัวร์ญี่ปุ่น ควรจะมีโปรแกรมเที่ยวที่นี้เหตุด้วย
นี้ก็คือสถานที่เที่ยวที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่นเพื่อใครที่กำลังมองหาทัวร์ญี่ปุ่น ในรูปแบบต่างๆ บอกได้เลยว่า 11 สถานที่ท่องเที่ยวนี้สวยจริงๆพลาดไม่ได้ใครจะไปทัวร์ญี่ปุ่น ยังไงต้องแวะไปชมให้ได้นี้คือข้อมูลบางส่วนเกี่ยวข้องสถานที่ท่องเที่ยวลองแวะเข้ามาดูข้อมูลแบบเต็มๆได้ที่เว็บไซต์ด้านล่างเลย

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://hen228.com/

 


กำลังโหลดผู้สนับสนุนของเรา...